วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 นำโดย นายสมาน ต้นเกษ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยข่า ได้จัดกิจกรมในการประกาศเจตนารมณ์นโยบายไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด จากการปฏิบัติหน้าที่ (NO Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
วันศุกร์, 13 มีนาคม 2569 15:38เมื่อวันศุกร์ที่ 13 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2569 นายสมาน ต้นเกษ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยข่า ได้ดำเนินงานจัดกิจกรรมในการประกาศเจตนารมณ์นโยบายไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (NO Gift Policy) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีบุคลากรในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยข่าประกอบด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยข่า พนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้างฯ และเจ้าหน้าที่ทุกคน จำนวน 80 คน เข้าร่วมกิจกรรม/โครงการ โดยมีนายสมาน ต้นเกษ ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยข่า เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ได้มีการให้นโยบายและความรู้ในเรื่อง “นโยบาย No Gift Policy จากการปฏิบัติหน้าที่” ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยข่ารับทราบ แนวทาง DOs & Don’ts ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บุคลากรในองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยข่า มีคุณธรรมสุจริต บุคลากรทุกคนงดรับของขวัญ และของกำนัลในการปฏิบัติหน้าที่ทุกกรณี เป็นการปลุกจิตสำนึกการทำงานด้วยใจบริการ การสร้างวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมในหัวข้อซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทั้งนี้ นายสมาน ต้นเกษ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยข่า ได้แจ้งกำกับต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ พ.ศ. 2563 เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1. นิยามสำคัญ 1) การรับทรัพย์สินโดยธรรมจรรยา การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ในโอกาสเทศกาล วันสำคัญ การแสดงความยินดี ขอบคุณ ต้อนรับ เสียใจ หรือตามมารยาทสังคม 2) ประโยชน์อื่นใดที่คำนวณเป็นเงินได้ รวมถึงการลดราคา การรับความบันเทิง การบริการ หรือการฝึกอบรมฟรี 2. เกณฑ์การรับทรัพย์สิน (กรณีทั่วไป) 1) จากผู้ที่ไม่ใช่ญาติ รับได้ ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคน ต่อโอกาส 2) การให้ในลักษณะทั่วไป สามารถรับได้หากเป็นการให้แก่บุคคลทั่วไป 3) ผู้พ้นจากตำแหน่ง หลักเกณฑ์นี้ครอบคลุมถึงผู้ที่พ้นจากการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐมาแล้วยังไม่เกิน 2 ปีด้วย 3. ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อจำเป็นต้องรับทรัพย์สินเกินเกณฑ์ 1) หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องรับไว้เพื่อรักษาไมตรีหรือความสัมพันธ์อันดี แต่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท เจ้าพนักงานของรัฐต้องปฏิบัติ ดังนี้ - รายงานภายใน 30 วัน ต้องแจ้งข้อเท็จจริงพร้อมรายละเอียดต่อหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน หรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน (ตามแต่กรณีและตำแหน่ง) 2) ผลการวินิจฉัย - หาก "อนุญาต" ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้รับได้ - หาก "ไม่อนุญาต" ต้องคืนทรัพย์สินแก่ผู้ให้ทันที หากคืนไม่ได้ต้องส่งมอบให้เป็นสิทธิของหน่วยงานสังกัดโดยเร็ว 4. บทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน - เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ดังกล่าว (ตามมาตรา 128 แห่ง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
https://huaikha.go.th/news/activity-news/item/4004-nogift#sigProGalleriae547baeb3d
แสดงความคิดเห็น
***กรุณาแสดงความคิดเห็น ด้วยความสุภาพ เคารพต่อสิทธิของผู้อื่น ไม่ละเมิดต่อกฎหมาย และศีลธรรมอันดีของสังคม
